วิธีการ ทํา สี ไม้ เก่าให้กลายเป็นไม้สวยคลาสสิก สำหรับบ้านไม้ไทยอายุมาก

การ ทํา สี ไม้ เก่าให้กลายเป็นไม้สุดคลาสสิกสไตล์วินเทจหรือคอทเทจ จะช่วยให้บ้านไม้ที่ดูเก่าทรุดโทรมกลับมาน่าอยู่และดูมีสไตล์มากยิ่งขึ้น ซึ่งการทำให้บ้านไม้ไทยที่มีอายุยาวนานกลับมาเป็นบ้านไม้ใหม่ที่สดใสขึ้นนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ถึงแม้ว่าจะเคยผ่านฝนและแดดมาหลายฤดูกาล จนสีไม้เดิมๆ หรือสีที่ทาไว้เริ่มซีดจางลง ความเงางามที่เคยมีก็หายไป จนกลายเป็นบ้านที่ดูทรุดโทรมจนไม่น่ามองก็ตาม ดังนั้นจึงต้องพึ่งพาการ ผสม สี ทา บ้านรุ่นใหม่ที่จะทำให้สีติดทนยาวนานขึ้น พร้อมทำให้การทาสีบ้านเป็นเรื่องที่งง่ายกว่าเดิม โดยเริ่มจากความเข้าใจเรื่องสีทาไม้ก่อน คือ

1.สีรองพื้นที่ใช้กับไม้โดยเฉพาะ

จะเป็นสีที่ช่วยป้องกันเรื่องความชื้น, เชื้อรา, เมื่อทาแล้วไม่ทำลายเนื้อไม้ และช่วยป้องกันเนื้อไม้จากสภาพอากาศต่างๆ ที่ต้องเจอในอนาคต ที่สำคัญคือทำให้สีหลักติดทนนานมากยิ่งขึ้น ซึ่งสีรองพื้นไม้ที่นิยมใช้จะมีด้วยกัน 2 แบบ คือ สีน้ำมันและสีทารองพื้นเนื้อไม้แบบผสม ตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้การ ทํา สี ไม้ เก่ากลายมาเป็นไม้สวยๆ ที่เจ้าของบ้านควรรู้ ส่วนใหญ่แล้วสีน้ำมันจะเหมาะสมกับบ้านไม้ที่มีการทำสีมาอยู่แล้ว เพราะปิดทับสีเดิมได้มิดชิด แห้งเร็ว ทนความร้อนได้ดีถึง 90%  ส่วนสีรองพื้นไม้แบบผสมจะเหมาะกับไม้ใหม่ที่ยังไม่เคยผ่านการทำสีมาก่อน ช่วยลดความชื้นในเนื้อไม้ที่อาจทำให้สีหลักไม่ติดทนได้ดีเลยทีเดียว

2.การลงสีจริงก็สามารถเลือกสีได้อย่างหลากหลาย หลักๆ ที่ใช้แล้วเหมาะสมกับเนื้อไม้ คือ

  • สีน้ำมัน ที่สามารถทาได้ทั้งรองพื้นและสีจริง ช่วยในเรื่องปิดสีเก่าไม่ให้เด่นออกมาปนกับสีใหม่ ป้องกันความชื้นจากเนื้อไม้ ทนต่อแสงแดดได้สูงกว่า 95 องศาเซลเซียส ทาภายนอกได้แบบไม่ต้องกลัวรอยขีดข่วนใดๆ ทารองพื้นประมาณ 2 รอบ และทาเป็นสีจริง 3 รอบ ห่างกับรอบละ 30-35 นาที เพื่อให้สีสวยเรียบเนียนและติดทนยาวนาน
  • สีเคลือบเนื้อไม้อย่างโพลียูรีเทนและแล็คเกอร์ที่จะเน้นให้เห็นลายไม้ธรรมชาติสวยๆ และสี ไม้ สักที่ช่วยเพิ่มความสวยโดดเด่นแบบไม้สักแท้ ให้โทนสีเข้มเหมือนจริง ไม่ว่าบ้านคุณจะเป็นไม้ประเภทไหน แต่เมื่อลงสี ไม้ สักก็จะออกมาสวยสุดคลาสสิกเลยทีเดียว พร้อมให้ประโยชน์เรื่องป้องกันความชื้นจากเนื้อไม้ ทนทานต่อแสงแดดและสภาวะต่างๆ ทาได้ทั้งสีบ้านภายนอก, ภายใน, บานประตู-หน้าต่างไม้ และเฟอร์นิเจอร์ เป็นอีกหนึ่งวิธีการ ทํา สี ไม้ เก่าที่ช่วยเพิ่มความคลาสสิกแบบเนียนๆ เลยทีเดียว

เตรียมงานก่อนเริ่มลงสีจริง เพื่อการ ทํา สี ไม้ เก่าให้กลายเป็นไม้คลาสสิกที่ง่ายยิ่งขึ้น

ก่อนจะเริ่มการ ทํา สี ไม้ เก่าให้กลายเป็นไม้สวยๆ สุดคลาสสิกหรือกลายเป็นสีใหม่ตามแบบที่ต้องการ ต้องมีการเตรียมพื้นผิวให้เรียบร้อยก่อน เพื่อให้การลงสีจริงเป็นเรื่องที่ง่ายมากยิ่งขึ้น ทำให้สีใหม่ติดทนนานกว่าเดิม สีรองพื้นยึดเกาะเนื้อไม้ได้ดีและไม่ทำให้เกิดปัญหาเรื่องความชื้นหรือรอยแตกของเนื้อไม้ในอนาคตอีกด้วย ซึ่งขั้นตอนการเตรียมงานง่ายๆ คือ ขัดด้วยกระดาษทรายเนื้อหยาบก่อนแล้วตามด้วยเนื้อละเอียด พยายามขัดให้เนื้อไม้มีความเรียบลื่นที่สุด ถ้าเป็นบ้านไม้เก่าที่มีสีเดิมมาอยู่แล้วให้ขัดจนกว่าสีเก่าจะหลุดลอกออกไปมากที่สุด จากนั้นก็ล้างเอาคราบฝุ่นไม้ออกให้สะอาดด้วยการใช้น้ำยาและสก็ออตไบรท์ขัดอีกครั้ง รอให้ไม้แห้งสนิทค่อยลงสีรองพื้นไม้ 2 ครั้ง ทิ้งไว้ 1 วัน แล้วลงสีรองพื้นใหม่อีก 1 ครั้ง ซึ่งขั้นตอนการ ทํา สี ไม้ เก่าให้กลายเป็นไม้ใหม่นี้จะมีฝุ่นไม้ที่ฟุ้งกระจายมากพสมควร ดังนั้นจึงควรเปิดหน้าต่างและประตูระบายอากาศพร้อมใส่หน้ากากและแว่นให้เรียบร้อย แต่งตัวให้มิดชิด เพราะฝุ่นไม้เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้มากเลยทีเดียว

เมื่อทำความสะอาดเนื้อไม้เสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการลงสีหลักเพื่อให้เกิดความสวยงามและเรียบเนียน เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการ ทํา สี ไม้ เก่าให้กลายเป็นไม้สวยคลาสสิกที่ไม่ควรพลาด! เพราะถ้าคุณเลือกที่จะทาเคลือบเนื้อไม้เพื่อโชว์ความสวยงามของลวดลายธรรมชาติก็มีให้เลือกทั้งแล็คเกอร์, อคิลิคแลคเกอร์, โพลียูรีเทน และไฮกลอส โดยมีให้เลืกทั้งแบบเนื้อเงา, เนื้อด้าน, เนื้อเงากึ่งด้าน และแบบเงาพิเศษ ที่มีให้เลือกอีก 2 ชนิด คือ แบบใสและแบบทึบ สีเหล่านี้จะช่วยทำให้เนื้อไม้รอดพ้นจากสภาวะอากาศและสารเคมีต่างๆ ได้ดี ไม่ต้องกลัวเรื่องความชื้นหรือกรด-ด่างใดๆ  ส่วนงบประมาณในการใช้เพื่อการ ทํา สี ไม้ เก่านี้จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับการเลือกสีในการใช้งานและวิธีการลงสี ถ้าต้องการความเร็วก็อาจเลือกเป็นการพ่นสีด้วยเครื่องที่ทำให้งานสะดวกขึ้น แต่ถ้าไม่มีความชำนาญให้ศึกษาวิธีการพ่นสีให้ดีก่อน ไม่เช่นนั้นคุณอาจจะต้องเสียเงินค่าสีเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว การพ่นสีรองพื้นให้พ่นเพียง 1 ครั้ง ทิ้งเวลาไว้ 2 ชั่วโมง จากนั้นก็พ่นเพื่อทับหน้าสีรองพื้นอีก 2 ครั้ง แล้วทิ้งระยะเวลาไว้อีก 2 ชั่วโมง แล้วค่อยลงสีย้อมไม้เพื่อเพิ่มความเงางามต่อไป แต่ส่วนใหญ่แล้วช่างจะนิยมเป็นการทาสีที่ใช้แปรงมากกว่า เพราะสะดวก ง่าย และเก็บรายละเอียดได้ดีกว่าการพ่น งบประมาณในการ ทํา สี ไม้ เก่าให้กลายเป็นไม้ใหม่ก็ไม่แพงจนเกินไป โดยเฉพาะการทาสี ไม้ สักที่ต้องลงรายละเอียดและใช้แปรงเก็บสีเพื่อให้เรียบเนียนตามจุดต่างๆ การทาสีด้วยแปรงจึงทำให้เนื้อสีแน่นขึ้น เน้นให้ลวดลายเนื้อไม้สักสวยโดดเด่นขึ้นมา แต่ถ้าเป็นการพ่นสี ไม้ สักจะทำให้ลวดลายของไม้สักจางหายไป ถ้าเป็นแบบนี้ก็เท่ากับว่าจะเสียคุณค่าของเนื้อไม้สักไปโดยปริยาย

เพิ่มเติมขั้นตอนก่อนการ ทํา สี ไม้ เก่าให้ใหม่ขึ้นหลังจากการขัดแล้ว ควรใช้สีโป๊วไม้เพื่ออุดรอยต่างๆ ที่มากับเนื้อไม้ เช่น รอยแตก, เป็นรูไม้ และเป็นเนื้อที่นูนขึ้นมาจนไม่เรียบเนียน การโป๊วจะช่วยให้พื้นผิวเรียบจนสามารถทาสีรองพื้นและสีหลักออกมาได้สวยดั่งใจ โดยการโป๊วนั้นเมื่อทำเสร็จจะต้องใช้กระดาษทรายขัดตามไปด้วย เพื่อทำให้พื้นผิวเรียบเนียนเร็วและได้มาตรฐาน สีโป๊วจะมีด้วยกัน 2 สี คือ สีเนื้อไม้และสีขาว สามารถเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสม ส่วนราคาของสีโป๊วก็เพียงแค่ 150-170 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น

 

By |2018-10-12T09:40:02+00:00ตุลาคม 4th, 2018|DIY, Fashion & Trends, Inspiration, Interview, Saving|0 Comments